|
แผนการตลาดส่วนใหญ่ในธุรกิจขายตรง จะมีการคำนวณจ่ายหลายชั้น จึงทำให้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าคอมมิชชั่นไม่แน่นอนในกรณีที่ค่าคอมมิชชั่นที่จะต้องจ่ายให้กับสมาชิกในงวดนั้นๆ
สูงกว่ากำไรจากการขายสินค้าของบริษัทฯ ในงวดเดียวกัน เท่ากับว่าบริษัทฯ ขาดทุน
หรือที่เรียกกันว่า Over Pay แปลตรงๆ ว่าจ่ายเกิน
ตัวอย่าง เช่น : ค่าคอมมิชชั่นที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้สมาชิกทั้งหมดในรอบงวดนี้เท่ากับ 1,500,000 บาท
แต่บริษัทฯ มีกำไรจากการขายสินค้าในงวดเดียวกันนี้ 1,350,000 บาท ภาวะเช่นนี้เรียกว่า Over Pay
บริษัทฯ จึงต้องหา ค่าตัวเลข มาคูณกับ 1,500,000 ให้เหลือเท่ากับ หรือ น้อยกว่า 1,350,000 บาท บริษัทฯ ถึงจะอยู่ได้
ถ้าบริษัทฯ เกิดภาวะ Over Pay แล้วยังทุรังจ่ายไปอยู่อย่างนั้น บริษัทฯ ก็คงอยู่ได้ไม่ยั่งยืน แล้วพวกเราก็ต้องแสวงหาบริษัทฯ ใหม่ เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งพวกเราก็คงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นแน่นอน |
|
|
จากตัวอย่างข้างต้น บริษัทฯ มีกำไรเพื่อจะจ่ายให้กับสมาชิก ในเครือข่ายแค่ 1,350,000 บาท
ค่า K ที่จะต้องนำมาคูณ 1,500,000 เพื่อให้เหลือ 1,350,000 คือ 0.9 ซึ่งค่าตัวเลข 0.9 ได้มาจาก 1,350,000 หารด้วย 1,500,000 เพราะฉะนั้นรายได้ของทุกคนในงวดนี้ก็จะถูกคูณด้วยค่าเค (K)
คือ 0.9 ทำให้รายได้ของทุกคนลดลง
ตัวอย่างเช่น ค่า K = 0.9
ผู้มีรายได้ 10,000 บาท ก็จะเหลือ 10,000 x 0.9 = 9,000 บาท
ผู้มีรายได้ 5,000 บาท ก็จะเหลือ 5,000 x 0.9 = 4,500 บาท
ผู้มีรายได้ 1,700 บาท ก็จะเหลือ 1,700 x 0.9 = 1,530 บาท
|
|